ตอนที่ 2 ย้อนรอย(1)

เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมมีความคิดที่จะลาออกจากงานเก่า แล้วกลับไปใช้ชีวิตเงียบๆที่เชียงใหม่
ตอนแรกก็ก่ะจะหางานที่เชียงใหม่นั่นแหละ แต่ก็มีเหตุให้ต้องเข้าไปดูตารางบินของ กบท และแล้วผมก็เหลือบไปเห็นคำว่า "Careers" เมื่อเข้าไปเปิดดูก็พบว่ากำลังเปิดรับช่างฝึดหัดอยุ่พอดี
ซึ่งได้แก่ ช่างไฟเบอร์กลาส ช่างสี ช่างโลหะ และ ช่างเขียนแบบ
เมื่อลองพินิจเงื่อนไขดูแล้ว ก็พบว่า ตัวเราเองก็มีคุณสมบัติหลายๆอย่างตามที่ทางบริษัทต้องการ (โดยเฉพาะช่างไฟเบอร์กลาส ที่ระบุว่า ช่างกลทุกสาขา โห ยอดเยี่ยมแบบนี้ช่างกลเกษตร
แบบเราก็เข้าข่ายสิ) แจ่มเลยเพราะชอบเครื่องบินมาตั้งแต่เล็ก แต่รู้สึกว่าฝันจะโบยบินจากไปนับตั้งแต่สายตาสั้น(ตั้งแต่ ป 1 แปลว่า อดเป็นนักบินแน่ๆ ลูกเรือ รึ ก็คงยาก เพราะ...)
แถมยังไม่ได้เรียนอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับสาขาทางการบินเลย ( แต่เรื่องโดดร่มนี่ใครๆก็เป็น บางคนตั้งแต่ประถม แต่ยังไม่เคยได้ยินว่า เด็กอนุบาลก็โดดร่มเป็นด้วย) จบข่าว แบบนี้คงจะเหลือแต่งาน
บริการภาคพื้นกระมังที่พอจะให้เราได้รู้สึกว่าทำงานใกล้ๆกับเครื่องบินได้บ้าง  ร่ายยาวมาซะนาน  แต่เอ๊ะ! TOEIC นี่เราไม่เคยสอบเลยนี่หว่า (- -") ( TG ออกจะ Inter ถ้าภาษาอังกฤษไม่ได้ก็คงจะไม่สมกับ Imageของบริษัทน่ะสิครับ)
แต่ก็ยังดีที่กำหนดการรับสมัครของเขาคือช่วงกลางเดือน ธันวาคม (ตอนที่เปิดดูประมาณปลายๆเดือนพฤษจิกายน) ก็ยังดี แปลว่ายังมีเวลาอยู่
พอสิ้นเดือนก็บ๊ายบายออกจากงานเดิม หนีกลับบ้านเกิดทันที และใช้เวลาระหว่างที่รอยื่นใบสมัครไปกับการ เตรียมสอบ เล่นกีฬา อ่านหนังสือ เล่นเนทและไปสวนเป็นเพื่อนพ่อ
(แปลว่าไม่ค่อยทำ ไปเดินชมนกชมไม้มากกว่า) มีความสุขนะนั่น
พอเวลาผ่านไปได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ไฟแห่งความมุ่งมั่นก็เริ่มค่อยๆมอดลง เพราะ รู้สึกแฮปปี้กับการใช้ชีวิตแบบโลว์ไปไฟล์ เงินทอง(ที่ไม่ค่อยจะมี) ก็ไม่ค่อยจะได้ใช้ ในเมื่อ อยู่บ้าน(นอนที่บ้าน
กินข้าวบ้าน ค่านำ ค่าไฟ เจ้าของบ้าน ในที่นี้คือพ่อกับแม่ออกให้หมด) เฮ้อ....ชักลังเล จะยังไปสมัครดีมั๊ยเนี่ย? (ชักเริ่มไม่อยากกลับกรุงเทพ ที่รถติด เต็มไปด้วยมลภาวะ และ
ผู้คนต่อสู้กันเพื่อใช้ชีวิตกันซะแล้ว-ดูง่ายๆนะ การขึ้นรถเมล์ในช่วง rush-hour) เอาเถอะๆ ไปสอบโทอิคก่อนละกัน ไหนๆก็ตั้งเป้าไว้แล้ว
ในเมื่อไฟแห่งความมุ่งมั่นมันเริ่มค่อยๆแผ่ว แม้แต่การไปสอบ TOEIC ก็ยังไปสอบเอาวันแรกที่เริ่มเปิดรับสมัคร(รับสมัครอยู่ 4 วัน-ถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งก็ไปนัดเวลาในช่วงเช้า แต่ขอโทษ รถติด
ไปไม่ทัน (สอบที่ อโศก ตอนนั้นพักแถวซอยมหาดไทย) เลยต้องเสีนค่าปรับและไปสอบอีกทีเอาตอนบ่าย ห้องสอบ นั้นก็ดี แอร์เย็นฉำ(ไปหน่อย) ยิ่งนั่งนานไปนานไป พลังยิ่งถดถอย
เพราะดันใส่เสื้อยืดไปสอบ (หมัด Diamon Dust ของ Signus ในการ์ตูน Saint Seiya คงจะสร้างความรู้สึกประมาณนี้) รู้สึกแบบว่าขอโทษนะผมรู้สึกหนาว
ฉิบหา..เลย(มันเริ่มสำแดงผลในช่วงท้าย ตอนเริ่มสอบใหม่ๆพลังยังเต็มถังอยู่เลย) เริ่มทำข้อสอบไม่ไหวแล้ว(แบบนี้น่าจะเรียกว่าเป็น Environmental Hazardได้อยู่มั้ง?)
พอเหลือครึ่งชั่วโมงสุดท้ายเลยปล่อยให้ความเร็วมีอิทธิพลมากกว่าความรอบคอบ (ไม่มีประโยชน์หรอกออกห้องสอบพร้อมๆกันนั่นแหละแต่อย่างน้อยๆจะได้มีเวลามากอดอก เป่ามือตัวเองให้รู้สึกดีขึ้น)
ซึ่งผลจะเป็นเช่นไรนั้น ค่อยว่ากันตอนต่อไป....

ตอนที่ 2 ย้อนรอย 1

 

 


(ปล ชักรู้สึกว่าตัวผมเองทำผิดวัตุประสงค์ของบล๊อกแฮะ ปกติไม่น่าจะมีใครเขียน Diary เป็นตอนๆแบบนี้...)

Posted on Sun 20 Apr 2008 23:11

มันดีๆ เขียนต่อๆ
ก้อง   
Sun 20 Apr 2008 22:06 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

3 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>


Heading to dock...
ผู้เสียสละ...
ผมภูมิใจที่เป็นคนไทย
แบบฝึกหัดของ Master P
The end of runway...
ส้วมสาธารณะ
บ บู๋...
ขัด-เล
เจ็บ.....
ถึงผู้คนเหล่านั้น
แซนด์วิชในเครื่องบิน กับวัตถุดิบในการปรุง
เพื่อนร่วมวิชาชีพ
ปลอดภัยไว้ก่อน
ฝันคนหนุ่ม
รับน้องMS-D
หนึ่งเดือนที่ MS-D และเรื่องบวมๆ หดๆ
ตอนที่ 2 หมดเวลาย้อนรอย(ซะที)
ตอนที่ 2 ย้อนรอย(3)
ตอนที่ 2 ย้อนรอย(2)
ตอนที่ 2 ย้อนรอย(1)
ตอนที่ 1: The Next Generation of Compositeman