director's cut : War@Work
สืบเนื่องมาจากถูกผู้ใหญ่สั่งให้ระงับไว้ด้วยความหวังดี ผมเลยต้องอุบในสิ่งที่อยากจะเขียนไปเสียก่อน
ผมรักองค์กรด้วยความสุจริตใจ ถ้าหากการกระทำใดของผมที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กร โดยที่ผมไม่ทันได้คาดคิด ผมจะต้องรีบแก้ไขโดยด่วน หรือหากแม้นว่าการกระทำนั้น "อาจจะ"ก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กร ผมก็ต้องรีบแก้ไขโดยเร่งด่วนโดยเช่นกัน
ความผูกพันของผมและองค์กรนั้น มีมานับตั้งแต่ผมเกิดแล้ว อย่างไรก็ตาม ทุกคนไม่ได้มองเช่นนั้น ทุกคนไม่ได้คิดเช่นนั้น....
วันนี้กลับมานั่งเขียนอีกแล้ว แต่เปลี่ยนfieldของเรื่องที่จะเขียนกันหน่อย ลองหันไปเขียนเรื่องรอบตัวกันบ้าง เรื่องที่ไม่น่าจะหนักกบาลใครหรือทำให้ใครยกมาเป็นข้ออ้างในการ'ตื้บเรา
มาคุยเรื่องนี้กันดีกว่า
War @ Work
ฟังดูงงมะ? คงจะไม่งงกันหรอกนะครับ สงครามในที่ทำงาน ทั้งแบบเย็นและแบบร้อน (ชาเย็นกับกาแฟร้อนมาสาดกันมั้ง?)
มนุษย์ น่ะ มีกิเลสตัณหาไม่เท่ากัน และ เมื่อได้รับการตอบสนองที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ อาการงอแงก็จะผุดออกมา
อิจฉา - อยากได้อย่างชาวบ้านมั่งเว้ย
ริษยา - ไม่ได้อยากได้หรอก แต่หงุดหงิดเว้ย เห็นมันได้
แปลแบบนี้ถูกรึเปล่าครับ?
สงครามร้อน - บึ้ม วีนแตก พะบู๊กันออกนอกหน้า ให้ผู้ร่วมงานอื่นๆได้ร่วมเชียร์ร่วมลุ้นอย่างสนุกในอารมณ์
สงครามเย็น - ไม่ประกาศตัวซึ่งๆหน้า แต่เอ็งอย่างพลาดมาก็แล้วกัน โดนหรอยแน่ๆ
.....
ก็นี่แหละครับชีวิต เราไม่สามารถทำให้ทุกคนแฮปปี้เหมือนกันหมดได้ ขนาดผมใช้ดีแตก ผมยังไม่ถูกใจไปทุกๆโปรเลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะไม่ชอบหน้ากันขนาดไหน ถ้าหาก สามารถทำงานให้เสร็จลุล่วงไปได้แล้ว ก็ถือว่าสอบผ่านไปอีกวันแล้ว
เพราะสิ่งที่แบ่งแยก เด็กกับผู้ใหญ่ออกจากกันก็คือ
ความรับผิดชอบ ต่อ หน้าที่ ครับผม
^_^
ปล ผมเล่าโดยภาพรวมๆของสังคมทั่วๆไปนะครับ ไม่ได้พาดพิง องค์กร หน่วยงาน หรือ บุคคลใดทั้งสิ้น
|